[SF] He's mine [GDTORY]

posted on 01 Jun 2009 00:13 by my1989  in SF

[SF] He’s mine

Paring : GDTORY

 

 

 

 

 

 

 

ของๆฉัน

 

 

 

 

 

  ตึกสูงเสียดฟ้า รับกับแสงจันทร์ที่ทอดสาดส่อง ท้องถนน ผู้คนต่างคลาคลั่ง จับจ่ายไปกับความสุขที่ตนเองอยากได้

 

สองร่างเปลือยเปล่ากำลังกอดก่ายกันและกัน ร่างกายที่ร้อนระอุ สังเกตได้จากเม็ดเหงื่อชื้นตามผิวขาวเนียน

 

“พี่จียงฮะ พรุ่งนี้ผมจะกลับเกาหลี” เสียงหวานเอ่ยเพียงประโยคสั้นๆ แต่กลับเหมือนหยุดลมหายใจของใครบางคน

 

มือใหญ่ลากไล้ตามผิวนุ่มลื่น เรียวปากกดจูบซ้ำไปซ้ำมาเน้นย้ำทุกๆสัมผัสที่ผ่าน เสียงครางหวานหูดังก้องไปทั่วห้องสี่เหลี่ยม บทรักที่ร้อนแรงซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะจบลงเมื่อไหร่

 

 

 

 

.

.
.

 

 

 

“ซีงรี เร็วๆซิลูกอย่าให้พี่ซึงฮยอนเค้ารอนาน” เสียงหวานของหญิงสาวดังขึ้น เรียกให้ร่างเล็กเปิดประตูห้องออกมา สองขาเร็ววิ่งลงบันไดให้เร็วที่สุด

“อย่าวิ่งซิลูก โตแล้วยังทำเป็นเด็กอยู่ได้” เสียงของผู้เป็นแม่ดังขึ้นทันทีที่เห็นร่างเล็ก

“ฮะ ไม่วิ่งแล้ว” ซึงรีรับคำก่อนหันไปหาอีกคนที่กำลังนั่งรอ

“วันนี้ไปไหนดีฮะพี่ซึงฮยอน” ซึงรียิ้มร่ากับคนที่อาสาจะไปเค้าไปเที่ยวในวันหยุด

“แล้วแต่ซึงรีละกัน” ชเวซึงฮยอนว่า

“อ่าาาา งั้นไปให้ทั่วโซลเลยละกัน กลับมาเป็นเดือนหล่ะ ยังไม่ได้ออกไปไหนเลย”

 

 

.

.

 

ก๊อก ๆ

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่ประตูไม้บ้านใหญ่จะเปิดกว้าง หญิงสาวพนักงานออฟฟิศในชุดเรียบร้อยพร้อมแฟ้มเอกสารพะลุงพะลัง

“เอกสารค่ะ” เลขาฯสาวว่า วางแฟ้มทั้งหมดไว้มุมโต๊ะ คิ้วสวยขมวดเข้าเป็นปม ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเธอรู้สึกว่าเจ้านายเธอจะโหมงานเสียเหลือเกิน สงสัยแต่ไม่ได้คำตอบจะสงสัยไปทำไมกัน

“คุณจียงคะ หมู่นี้ทำงานหนักไปหรือเปล่าค่ะ”

“ผมจะรีบกลับเกาหลีหน่ะ คุณช่วยบุ๊คตั๋วให้ผมวันอาทิตย์นี้เลยนะ” ควอนจียงเอ่ยเสียงเรียบๆไม่ร้อนรน ผิดกับมือเรียวที่จับปากกา

เซ็นชื่อไปมาอย่างร้อนรน

“มีเรื่องด่วนทางนั้นหรอคะ ต้องรีบเคลียงานขนาดนี้” เลขาฯสาวถามเสียงตกใจ

“เปล่าหรอกไม่มี แค่ไปทำธุระส่วนตัวหน่ะ” บอกไปแค่นั้นก่อนก้มหน้าก้มตากับแฟ้มงานบนโต๊ะ

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

เสียงเครื่องยนต์รถคันงามเงียบสนิทเมื่อเจ้าร่างสูงก้าวลงจากรถ หญิงวัยกลางคนกำลังรอตอนรับอยู่หน้าประตูบ้านบานหรู

“ว่าไงซึงฮยอน ทำไมวันนี้มาซะค่ำเลยหล่ะ” คุณนายอีเอ่ยทักทาย

“จะมาช่วยซึงรีนะครับ เพื่อนผมเพิ่งกลับจากลอนดอน ว่าจะชวนไปดื่มกันหน่อย” ชเวซึงฮยอนกล่าวอย่างสุภาพ เดินตามเข้าไปที่ห้องรับแขกกว้าง

“นู้นไง เจ้าตัวเค้านั่งรออยู่แล้ว กลับไม่กลับยังไงก็โทรมาบอกน้าบ้างหล่ะ” คุณนายอีว่า แต่ก็หลุดขำออกมาเมื่ออีกคนรับคำอย่างเคอะเขิน

“พี่ซึงฮยอนมาแล้ว ไปกันเลยมั้ยฮะ” เป็นซึงรี ที่รีบวิ่งออกมาจากเกาอี้รับแขก ยิ้มร่าให้กับผู้อาสาจะพาไปท่องราตรี

“น้อยๆหน่อยเถอะเรา อย่าไปทำเรื่องเข้าหล่ะ ลูกคนนี้ทำเป็นเด็กๆไปได้โตแล้วนะ” น้ำเสียงดีใจของลูกรักที่อย่างออกไปเที่ยวทำเอาคุณนายอีต้องว่าเสียหน่อย เดี๋ยวจะไปก่อเรื่องให้คนอื่นเค้าลำบากใจ ซึงรี

“ฮะแม่ รู้แล้ว จะไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่ไปอาละวาด ระรานคนอื่นเค้าแน่นอน จะนั่งนิ่งๆอยู่กับพี่ซึงฮยอนเฉยๆเลยฮะ” ซึงรีลากเสียงยาว ก่อนจะพองแก้มน้อยๆ ให้ซึงฮยอนได้แอบขำ

 

 

 

 

เสียงเพลงดังลอดผ่านออกมาทุกๆครั้งที่มีคนเปิดประตู ซึงฮยอนเเละซึงรีกำลังก้าวผ่านบานกระจกหนา แสงไฟที่ไม่สว่าง เสียงเพลงที่ดังไปทุกโสตประสาต ผู้คนมากมายกำลังสนุกสนาน เต้นบ้าง ดื่มบ้าง ซึงฮยอนกวาดตามองรอบๆ ก่อนจะสะดุดตาที่โต๊ะใกล้บันได

 

“มาซะที รอจนจะเมาแล้วเนี่ย” ชายหนุ่มร่างหนาเอ่ย ก่อนจะขยับไปนั่งเกาอี้อีกตัวที่มีใครบางคนก้มหน้าก้มตาอยู่ ตาเล็กตวัดขึ้นมองก่อนจะสบเข้ากับคนข้างกายซึงฮยอน

“โอ๊ะ พาเด็กพาด้วย เห้ย ...จียง เงยหน้ามาดูเด็กไอ้ซึงฮยอนมันหน่อยซิว่ะ” ไม่วายจะล้อเลียนอีกคน ก่อนจะหันไปสะกิดคนข้างๆ

 

ทันทีที่ได้ยินชื่อที่คุ้นหู ร่างของใครบางคนก็ต้องชะงัก ซึงรีลอบมองคนที่ก้มหน้าก้มตาที่เกาอี้ฝั่งตรงข้าม มือทั้งสองข้างเกร็งแน่น หวังอย่าให้เป็นอย่างที่คิด เพียงแค่คนตรงข้ามเงยหน้ามาก็ทำเอาใจดวงน้อยแถบจะหยุดเต้น เรียวปากเหมือนจะเอ่ยบางอย่างแต่ก็ปิดเม้มสนิท ตาคมที่จ้องมาจากฝั่งตรงข้ามกำลังจะทำให้เค้าหายใจไม่ออก

“กลับมาเมื่อไหร่ว่ะ” เป็นซึงฮยอนที่เอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าเพื่อน

“ตีสอง ให้ยองเบไปรับ” ตาคมตวัดมองคนถามเพียงเสี้ยววิ ก่อนจ้องยังที่ๆเดิม ......ซึงรี

“อ่อเออ  ยองเบ จียง นี่ซึงรี” เมื่อได้คำตอบที่ถามไป ซึงฮยอนจึงหันมาเเนะนำซึงรีให้ทั้งสองรู้จัก ซึงรีแค่ยิ้มรับนิดๆ เป็นการทักทาย

 

ของเหลวสีสวยหลากรสชาติ วางเกลื่อนกลาดเต็มโต๊ะ ยองเบเอ่ยแซวบ้างที่ซึงฮยอนมีเด็กใหม่เมื่อไหร่ไม่แนะนำเพื่อน บรรยากาศดูจะครึกครึ้นไปเสียหมดสำหรับยองเบ แต่ไม่ใช่สำหรับ อีซึงฮยอน ควอนจียง และ .... ชเวซึงฮยอน

 

เมื่อแอลกอฮอล์เข้ากระแสเลือด ชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่ามันทำให้ภาพเลือนราง หรือว่าชัดเจนขึ้นกันแน่ ควอนจียงกำลังมอง ซึงฮยอนที่ที่กำลังหยอกล้อคนตัวเล็กเล่น ปากเรียวหันไปกระซิบข้างหูเล็ก ร้อยยิ้มที่ต้องก้มหน้ามุดอายไปกับอกใหญ่  นิ้วเรียวลูบวนไปมาอยู่บนไหล่เล็กตลอดการสนทนา ก่อนที่มือใหญ่จะเลื่อนลงมาเอวบาง กระชับให้มันแนบชิดเข้ามายิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

สิ่งนั้นเคยเป็นของฉัน

 

 

 

 

 

“กลับมานี่ มีเรื่องอะไรหรอว่ะ” ซึงฮยอนจิบของเหลวใสสีสวยก่อนจะเอ่ยถาม

“กลับมาเอาของหน่ะ” จียงเอนกายพิงพนักเกาอี้ในท่าที่สบายกว่าเดิม ยกแก้วในมือดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนจะหมุนเล่น

 

 

 

“....ของสำคัญเสียด้วยซิ...”

 

 

 

 

 

‘กริ้ง’

 

 

 

 

 

เสียงกระทบกันของน้ำแข็งกับแก้วใสเบาๆ แต่กลับชัดเจนเข้าไปในทุกอณูประสาทของใครบางคนที่กำลังมีสติเต็มเปี่ยม

“ลืมไว้หรอว่ะ” เป็นทีของยองเบที่ละว่างเว้นจาการมอมตัวเองหันมาถามบ้าง

“เปล่า ... หนีมา อยู่ดีๆก็มาเฉยเลย”จียงว่ายิ้มๆ

 

 

“เอ่อ .. ขอตัวไปเข้าห้องน้ำนะฮะ” เสียงเล็กเอ่ยขึ้น ก่อนที่ร่างเล็กจะลุกก้าวเดินหายเข้าไปในซอกมืดเล็กๆ

“เออ ...จะเข้าด้วยเหมือนกัน” จียงที่โผงขึ้น ก่อนจะลุกตามไปเช่นกัน

 

 

น้ำเย็นๆ กระทบกับผิวหน้าขาวใส ปอยผมที่เปียกลู่ลงตามโครงหน้าเล็ก  ใบหน้าที่ก้มลงจนแทบจะติดกับขอบอ่าง สองแขนที่คอยยันไว้ข้างๆ ตาเล็กหลับพริ้ม ปล่อยความคิดให้ว่างเปล่า กลับต้องสะดุ้งทันทีเมื่อสัมผัสเบาที่เอวเล็ก

 

“พี่จียง” เสียงอุทานไม่ดังมาก หลุดออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“อื้ม” จียงรับคำในคอ สองแขนที่รัดเอวบางไว้ค่อยผลักดันร่างเล็กให้ถอยติดกำแพงเย็น ฝังสันจมูกกับซอกคอขาว ไล่ขึ้นมาที่พวงแก้มใส ก่อนจะเรื่อยลงมาที่ริมฝีปาก

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

“แม่ง ห้องน้ำนี่มันอยู่ไกลมากเลยหรือไงว่ะ” เสียงบ่นงืมงำหลุดลอดออกมาจากปากหนาของยองเบ หลังจากที่เทของเหลวลงในคอไปหลายแก้ว ก็ยังไม่เห็นวี่เเววของคนที่ขอตัวไปเข้าห้อง ยองเบเอี้ยวตัวมองทางทั้งซ้ายขวารอทั้งซึงรีและจียง ก่นจะหันมาเจอกับซึงฮยอนที่นั่งก้มหน้าก้มตาจ้องกองแก้วบนโต๊ะ

“เมาหรือยัง” ซึงฮยอนเงยหน้าจากกองแก้วบนโต๊ะ ตาคมสะวัดมองน้อยๆก่อนจะเอ่ยปากถาม

“กลึ่มๆว่ะ ทำไม?” คิ้วเรียวขมวดเข้ากันแถบจะเป็นปม จะถามทำไม?

“งั้นกลับ” แถบทันทีที่พูดจบร่างสูงของซึงฮยอนก็เตรียมพร้อมที่จะก้าวออกจากร้าน

“อ้าว...เฮ้ย ซึงรีหล่ะ จียงอีก ไม่รอหรอว่ะ” ยองเบที่เดินตามฝ่าผู้คนตะโกนถาม

“กลับไปแล้วหล่ะมั้งป่านนี้” สองขายังก้าวต่อไปเรื่อยๆ ตามทาง

“อ้าว รู้ได้ไงว่ะ ว่าเค้ากลับกันไปแล้ว” ยองเบก็ยังก้าวตามต่อสายตาก็ไม่วายกวาดหารถจองตนเอง

“เฮ้ออออ ถามอะไรหน่อยได้ไหมว่ะ” ซึงฮยอนถอนหายใจออกมาเบาๆ ขาเรียวหยุดตรงข้างรถคันงาม

“อื้ม”

“จียงมาจากบริษัทพ่อมันที่ลอนดอนใช่ไหม”

“อื้ม”

“...แล้วจะบอกอะไรให้นะ ซึงรีก็เพิ่งจบจากลอนดอนว่ะ” ซึงฮยอนว่าก่อนจะก้าวขึ้นรถ

“แล้วไง ไม่เข้าใจ” มือหนาเอื้อมหวังจะรั้งประตูรถ ที่เจ้าของมันกำลังจะปิดลง

“เฮ้อออ .. ก็จะไม่อะไร ถ้ามันไม่นั่งมองซึงรีตั้งแต่กูมาถึง” เสียงปิดประตูดังก่อนจะรถคันงามจะแล่นออกจากลานกว้าง

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

ธนบัตรหลายใบถูกส่งให้คนขับรถแท็กซี่อย่างลวกๆ มือใหญ่ดังรั้งให้ร่างเล็กก้าวลงจากรถให้เร็วที่สุด

คีย์การ์ดถูกสอดเข้าช่องเล็กๆระหว่างประตูหน้าก่อนเจ้าของมันจะเปิดเข้าไป ห้องกว้างสไตล์เรียบหรูบนชั้นสูงลิบ กว้างขนาดนี้ ไม่ต้องบอกคงคงน่าจะรู้ว่าแพงขนาดไหน

 

 

 

ร่างเล็กถูกดันอีกครั้ง หากแต่กลับเป็นโซฟานุ่มตัวใหญ่แทน หลังเล็กๆเอนตามคำสั่งของเจ้าของมัน มือเรียวเล็กรั้งต้นคออีกคนให้ตามมาติดๆ

“มันน่านักนะ กับซึงฮยอนหน่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยว่า หลังจากละออกจากริมฝีปากนิ่ม มือใหญ่สอดรอดผ่านเสื้อตัวบางเข้าสัมผัสผิวเนียนภายใน เสื้อตัวบางถูกเลิกขึ้นเผยผิวขาวเนียน จียงจรดริมฝีปากบนหน้าท้องราบ เสื้อที่เลิกขึ้นเรื่อยๆ ถูกโยนทิ้งลงบนอย่างไร้เยื่อใย  เรียวปากกดจูบเรื่อยๆ ตรีตรารักทุกหนทุกแห่งที่ไล่ผ่าน เสียงครางหวานหูส่งให้ได้ยินทุกครั้งที่กดน้ำหนักที่ผิวเนียน

 

 

 

สองร่างไร้สิ่งกีดขวางกำลังกอดรัดบนเตียงกล้าง เนื้อเนียนที่สัมผัสกันไปมา พื้นเตียงที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ จียงกำลังเน้นทุกการกระทำ ย้ำในทุกๆท่วงที กดจูบหนักๆที่เรียวปากนิ่ม สองลิ้นที่เกี่ยวพันไม่มีทีท่าว่าใครจะละออกจากกันก่อน ไม่นานก็เป็นจียงที่ละจากปากนิ่มหันมาฝังจมูกลงที่แก้มเนียน เสียงครางหวาน ปนหอบถี่ของร่างเล็กที่อยู่ใกล้เพียงข้างหู แรงรักที่ไม่รู้ว่าจะหมดลงเมื่อไหร่

 

 

จียงกำลังรู้สึกถูกมอมเมา เหล้ารสเลิศที่เคยผ่านลงคอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมายังไม่ทำให้รู้สึกไร้สติได้ขนาดนี้ แค่เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ เลียงเล็กๆ กลับทำให้เค้าเป็นแบบนี้ แล้วแบบนี้เขาจะปล่อยให้ของๆเขาหายไปได้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

 

ของๆฉันยังไงก็คือของๆฉัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

End

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Special~

 

 

 

 

 

 

 

“ไง... ยังไม่ไสหัวกลับประเทศพ่อมึงไปอีก” ซึงฮยอนกรอกเสียงทุ้มติดจะไม่พอใจนักลงในโทรศัพท์เครื่องเล็ก

“ไอ้นี่ กูจะโทรมาขอบใจ”ถึงจะได้ยินประโยคตอนรับไม่ดีเท่าไหร่ แต่ปลายสายก็ตอบกลับด้วยเสียงจริงจัง เผื่อมันจะบ่งบอกถึงอะไรได้บ้าง

“เออ ได้ของเเล้วก็กลับๆไปเถอะ ดูแลดีๆนะ เดี๋ยวจะหนีมาอีก” เสียงที่อ่อนลงของซึงฮยอนทำให้ปลายสายอีกคนยกยิ้ม

“ทำไม กลัวเห็นแล้วปวดใจหรือไง ฮ่าๆๆ” ทิ้งไว้แค่นั้นก่อนที่คนโทรมาจะเป็นฝ่ายตัดสายไปเสียดื้อๆ

“เหี้ยจียง”

 

 

 

 

 

 

 

 

Special end

 

 

 

 

 

 

 

 

 

------------------

 

 

 

แอร๊ยยยยย จบซะที ฮือออ *ปาดน้ำตา*

ไม่เข้าใจกันใช่มา เพราะเหมียวก็ไม่เข้าใจ จริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลย

แค่มันเห็นประโยคนั้นเเล้วมันอยากแต่ง พอแต่งออกมาได้แบบนี้ ก็....

ช่างมันเถอะ ขอให้อ่านให้สนุกนะ ขอบคุณทุกท่านที่บังเอิญเข้ามาเจอ